Lara Croft Tomb Raider The Cradle of Life ลาร่า ครอฟท์ ทูมเรเดอร์ กู้วิกฤตล่ากล่องปริศนา (2003)
เนื้อเรื่องย่อ

Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life (2003): งานแอ็กชันบล็อกบัสเตอร์ยุค Y2K ที่ยกระดับความมันส์และเสน่ห์อันเป็นตำนานของ แองเจลินา โจลี

ในปี 2003 ยุคที่ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมยังเป็นความท้าทายของฮอลลีวูด ภาคต่อของนักล่าสมบัติสาวสายลุยอย่าง “Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life” หรือชื่อไทย “ลาร่า ครอฟท์ ทูมเรเดอร์ กู้วิกฤตล่ากล่องปริศนา” ได้ทะยานขึ้นจอเงินด้วยความทะเยอทะยานที่มากกว่าเดิม ภายใต้ฝีมือการกำกับของ Jan de Bont (ผู้กำกับระดับปรมาจารย์จาก Speed และ Twister) ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์อาวุโส ผมขอจำกัดความเรื่องนี้ว่าเป็น “A Globe-Trotting, Adrenaline-Fueled High Adventure that Embraces its Video Game Roots” หนังภาคนี้ทำหน้าที่แก้ไขข้อบกพร่องจากภาคแรกได้อย่างตรงจุด โดยเน้นไปที่ฉากแอ็กชันผาดโผนในสถานที่จริง งานดีไซน์อุปกรณ์สุดล้ำ และการขับเน้นสเน่ห์อันดุดันของตัวละคร ลาร่า ครอฟท์ นี่คือ Deep Recommendation สำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวผจญภัยล่าขุมทรัพย์สไตล์ Indiana Jones ผสมผสานกลิ่นอายสายลับเทคโนโลยีชั้นสูงแบบ Mission: Impossible

เรื่องย่อฉบับเข้มข้น: สงครามแย่งชิงวัตถุโบราณในตำนาน กับแผนล้างโลกด้วยโรคร้ายมหาภัย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ใต้ผืนน้ำกรีซ เมื่อ “ลาร่า ครอฟท์” (รับบทโดย แองเจลินา โจลี) ได้พบกับลูกทรงกลมลึกลับที่เป็น “แผนที่และกุญแจ” นำทางไปสู่ “The Cradle of Life” (แหล่งกำเนิดชีวิต) สถานที่ซ่อนของ “กล่องแพนโดรา” วัตถุโบราณในตำนานศาสนาที่อัดแน่นไปด้วยเชื้อโรคและพลังทำลายล้างที่สามารถล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติได้ในพริบตา

ทว่า กุญแจดอกนี้กลับถูกปล้นชิงไปโดยกลุ่มมาเฟียจีน ภายใต้คำสั่งซื้อของ “ดร. โจนาธาน ไรส์” (รับบทโดย เซียรัน ไฮนด์ส) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลผู้บ้าคลั่งที่หวังจะใช้เชื้อโรคในกล่องแพนโดรามาทำเป็นอาวุธชีวภาพเพื่อจัดระเบียบโลกใหม่ ทางการสหรัฐฯ จึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากลาร่า เธอตกลงรับภารกิจและยื่นเงื่อนไขขอให้ปล่อยตัว “เทอร์รี่ เชอริแดน” (รับบทโดย เจราร์ด บัตเลอร์) อดีตคนรักและอดีตทหารเรือหลวงอังกฤษผู้ทรยศชาติออกมาจากคุกเพื่อร่วมเดินทางเป็นผู้นำทาง ทั้งสองต้องจับมือกันออกไล่ล่าข้ามทวีป ตั้งแต่ลานจอดรถในลอนดอน ทะเลจีนใต้ ตึกระฟ้าในฮ่องกง ไปจนถึงป่าลึกในแอฟริกา เพื่อหยุดยั้งแผนการของไรส์และปกป้องกรงขังแห่งความตายไม่ให้ถูกเปิดออก

ทำไม Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life (2003) ถึงเป็นหนังผจญภัยรสชาติจัดจ้านที่ดูสนุกไม่มีเบื่อ?

  • ฉากแอ็กชันดีไซน์แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ (Iconic Stunts): หนังเต็มไปด้วยฉากบู๊ที่กลายเป็นภาพจำของยุค 2000s เช่น ฉากลาร่า ครอฟท์ ต่อยฉลามกลางทะเล, ฉากควบม้ายิงปืนไรเฟิลกลับหลัง และฉากเวนทูรีสูท (Wingsuit) ร่อนลงมาจากตึกระฟ้าในฮ่องกง ซึ่งฉากเหล่านี้ใช้สตันท์แมนและเอฟเฟกต์จริงในสถานที่จริงเป็นหลัก ทำให้งานภาพดูมีพลังและน่าตื่นเต้นสะใจ
  • แองเจลินา โจลี ในจุดพีคของคาแรกเตอร์ ลาร่า ครอฟท์: ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า โจลี คือผู้ชุบชีวิตตัวละครนี้ขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่าง ท่าทาง ความมั่นใจ และสายตาที่เฉียบคม เธอสามารถแบกรับภาพยนตร์ทั้งเรื่องไว้ได้อย่างอยู่หมัด ควบคู่ไปกับเคมีที่ดุดันและร้อนแรงกับ เจราร์ด บัตเลอร์ (ในยุคก่อนที่เขาจะโด่งดังจากเรื่อง 300)
  • การพาผู้ชมท่องโลกกว้างตามสไตล์หนังล่าสมบัติ: เสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือการเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ หนังทำได้ดีในการนำเสนอทัศนียภาพที่แตกต่างกัน จากความคลาสสิกของกรีซ สู่ความทันสมัยปนดิบของฮ่องกง และจบลงด้วยความลึกลับน่าเกรงขามของภูเขาไฟในเคนยา ทำให้ตลอดความยาว 2 ชั่วโมง ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนได้ร่วมผจญภัยไปพร้อมกับตัวละครจริงๆ

“กู้วิกฤตล่ากล่องปริศนา คือภาพสะท้อนของหนังแอ็กชันฮีโร่หญิงยุคบุกเบิก… มันบอกเราว่าสิ่งที่ทำให้ลาร่า ครอฟท์ กลายเป็นไอคอนระดับสากล ไม่ใช่แค่ความเก่งกาจในการต่อสู้หรืออาวุธที่ล้ำสมัย ทว่าคือ ‘จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้’ และความเด็ดเดี่ยวในการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้สิ่งนั้นจะต้องแลกมาด้วยการทำลายหัวใจของตัวเองก็ตาม”

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง