A Taxi Driver แท็กซี่เพื่อชีวิต (2017): มิเตอร์ประวัติศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษยธรรมและหยาดน้ำตา
ในปี 2017 “A Taxi Driver” หรือชื่อไทย “แท็กซี่เพื่อชีวิต” ภาพยนตร์ดราม่า-ประวัติศาสตร์ (Historical Drama) สัญชาติเกาหลีใต้ ได้สร้างปรากฏการณ์ถล่มรายได้และกวาดรางวัลไปอย่างมหาศาล พร้อมทั้งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เกาหลีที่ดีที่สุดตลอดกาล ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์อาวุโส ผมขอจำกัดความเรื่องนี้ว่าเป็น “A Masterpiece of Human Spirit Against Tyranny” หนังฉลาดมากที่ไม่เลือกเล่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมการปราบปรามประชาชนที่เมืองกวางจูในปี 1980 ผ่านมุมมองของนักการเมืองหรือผู้นำม็อบ แต่เลือกเล่าผ่านสายตาของ “คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ” ที่ไม่รู้เรื่องการเมืองด้วยซ้ำ นำมาซึ่งความทรงพลัง จริงใจ และบีบคั้นอารมณ์จนยากจะกลั้นน้ำตา นี่คือ Deep Recommendation สำหรับคอภาพยนตร์คุณภาพที่ต้องการเสพงานศิลปะที่ทรงคุณค่าทั้งในแง่ความบันเทิงและประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับ Schindler’s List (1993) หรือ The Pianist (2002)
เรื่องย่อฉบับเข้มข้น: จากค่าโดยสารหนึ่งแสนวอน สู่ภารกิจเสี่ยงตายเปิดโปงความจริงให้โลกรับรู้
เรื่องราวเล่าถึง “คิมมันซอบ” พ่อหม้ายลูกติดผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างในกรุงโซล ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่กับการหาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านและดูแลลูกสาวตัวน้อย วันหนึ่งเขาแอบไปแย่งงานคนอื่นหลังจากได้ยินมาว่ามี “ชาวต่างชาติกระเป๋าหนัก” พร้อมจ่ายเงินสูงถึง 100,000 วอน (ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลในยุคนั้น) หากสามารถขับรถพาเขาไปส่งที่เมืองกวางจูและพากลับมาโซลก่อนเวลาเคอร์ฟิวได้สำเร็จ
ผู้โดยสารคนนั้นคือ “เยอร์เกน ฮินซ์ปีเตอร์” (หรือที่ในเรื่องเรียกกันว่า ปีเตอร์) นักข่าวภาคสนามชาวเยอรมันที่ตั้งใจจะเข้าไปทำข่าวลึกหลังได้รับรายงานลึกลับเกี่ยวกับความไม่สงบในเมืองกวางจู มันซอบพยายามขับรถฝ่าด่านตรวจของทหารจนเข้าเมืองได้สำเร็จ ทว่าสิ่งที่ทั้งสองได้พบเห็น ณ เมืองกวางจู กลับไม่ใช่ม็อบคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงตามที่รัฐบาลประกาศโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นภาพของกองทัพทหารที่กำลังใช้อาวุธสงบาลไล่เข่นฆ่าและปราบปรามเหล่านักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยม จากความตั้งใจเดิมที่เพียงแค่อยากได้เงินค่าเช่าบ้าน มันซอบและปีเตอร์ต้องร่วมมือกับกลุ่มคนขับแท็กซี่ท้องถิ่นและเหล่านักศึกษา เพื่อหาทางบันทึกภาพหลักฐานและหลบหนีออกจากเมืองปิดตายแห่งนั้น เพื่อนำความจริงอันโหดร้ายนี้ไปแฉให้ชาวโลกได้รับรู้
ทำไม A Taxi Driver (2017) ถึงเป็นภาพยนตร์ที่ตราตรึงใจและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง?
- การแสดงระดับขึ้นหิ้งของ Song Kang-ho: ซงคังโฮ (นักแสดงนำจาก Parasite) มอบการแสดงที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เขาทำให้ตัวละคร คิมมันซอบ มีชีวิตและจับต้องได้จริง การเปลี่ยนผ่านทางอารมณ์จากคนเห็นแก่เงินและเพิกเฉยต่อสังคม ไปสู่ชายผู้ร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นเพื่อนมนุษย์ถูกทำร้าย และตัดสินใจหักพวงมาลัยรถกลับไปช่วยผู้คน ฉากลองเทคในรถแท็กซี่ขณะที่เขาตัดสินใจคือฉากคลาสสิกที่บีบหัวใจขั้นสุด
- การบาลานซ์โทนเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม: ครึ่งแรกของภาพยนตร์เดินเรื่องด้วยความบันเทิง อารมณ์ดี แฝงมุกตลกน่ารักสไตล์คนต่างวัฒนธรรม (เกาหลี-เยอรมัน) ก่อนที่ครึ่งหลังจะค่อยๆ ดิ่งลึกเข้าสู่ความตึงเครียด หดหู่ และความระทึกขวัญของการเอาชีวิตรอดได้อย่างแนบเนียนและทรงพลัง
- การคารวะแด่ “ฮีโร่ไร้นาม”: หนังยกย่องและสะท้อนภาพความสามัคคีของคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนขับแท็กซี่กวางจูที่สละรถและชีวิตเพื่อเป็นโล่มนุษย์ หรือชาวบ้านที่คอยแจกจ่ายข้าวปลาอาหาร เป็นการพิสูจน์ว่าเสรีภาพที่ได้มาในปัจจุบัน แลกมาด้วยหยาดเลือดของประชาชนคนธรรมดา
“A Taxi Driver คือเครื่องเตือนใจว่า… ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดของประวัติศาสตร์ สิ่งที่นำแสงสว่างกลับมาอาจไม่ใช่ปาฏิหาริย์จากฟากฟ้า แต่คือความกล้าหาญของคนขับแท็กซี่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่เลือกจะทำในสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่ปลอดภัย”