เรื่องย่อ Beyond Valkyrie: Dawn of the Fourth Reich (2016) ปฏิบัติการฝ่าสมรภูมิอินทรีเหล็ก: มหากาพย์ยุทธการลับหักเหลี่ยมนาซี
หากคุณคิดว่าภาพยนตร์แนวสงครามโลกครั้งที่ 2 มีดีแค่ฉากการบุกยึดชายหาดโบราณ “Beyond Valkyrie: Dawn of the Fourth Reich (2016)” คือภาพยนตร์แนว Action Military War Thriller ที่จะมาเปลี่ยนมุมมองของคุณ หนังฉลาดมากในการเล่นกับ “แผนซ้อนแผน” ของหน่วยรบพิเศษท่ามกลางปฏิบัติการวาลคิรี (Valkyrie) ลอบสังหารฮิตเลอร์อันโด่งดัง นำเสนอออกมาด้วยบรรยากาศความหวาดระแวง ฉากสาดกระสุนปืนกลหนัก และยุทธวิธีการรบแนวหลังแนวรบศัตรูที่ตื่นเต้นเร้าใจแบบวินาทีต่อวินาที
เรื่องราวปะทุเดือดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพันธมิตรกำลังเตรียมพร้อมที่จะปิดฉากกองทัพนาซีเยอรมัน ทว่าในเงามืดกลับมี “ปฏิบัติการวาลคิรี” แผนลอบสังหารอับดุลฮิตเลอร์โดยนายทหารระดับสูงของเยอรมันเองกำลังดำเนินอยู่ ทางกองทัพสหรัฐฯ จึงได้ส่งทีมหน่วยรบพิเศษระดับคอมมานโด นำโดย อีแวนส์ (Evans) (รับบทโดย ชอน แพทริก แฟลเนอรี) แทรกซึมลึกเข้าไปเบื้องหลังแนวรบของศัตรูเพื่อทำภารกิจลับขั้นสุดยอด นั่นคือการพาตัวนายทหารเยอรมันผู้เป็นแกนนำในการล้มล้างฮิตเลอร์ออกมา เพื่อเตรียมการตั้งรัฐบาลใหม่หลังสงครามสงบ
ทว่าเมื่อแผนลอบสังหารฮิตเลอร์พังทลายลงในพริบตา สถานการณ์รอบทิศแปรเปลี่ยนเป็นนรกปิดตายทันที อีแวนส์และทีมรบพิเศษที่เหลือรอดต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันเมื่อพวกเขาค้นพบความลับดำมืดว่า มีกลุ่มนายทหารนาซีสายแข็งกำลังเตรียมแผนการลับลวงพรางเพื่อสร้าง “อาณาจักรที่สี่” (The Fourth Reich) ขึ้นมาสืบทอดอำนาจมืดอย่างไม่ยอมจำนน ภายใต้การไล่ล่าอย่างเหี้ยมเกรียมของกองทัพเอสเอส (SS) หน่วยคอมมานโดสหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับกลุ่มต่อต้านชาวพาร์ทิซานท้องถิ่น งัดทุกเล่ห์เหลี่ยมและห่ากระสุนปืนกล บุกทะลวงสมรภูมิเดือดเพื่อขัดขวางและล้างบางทรชนนาซีก่อนที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม!
มุมมองนักวิจารณ์: ความมันส์ฉบับทหารกล้า และสุนทรียภาพแห่งยุทธการสายลับ
In My Opinion ในฐานะคนทำงานสายวิชาชีพและวิจารณ์ภาพยนตร์สงคราม Beyond Valkyrie (2016) ทำคะแนนในแง่ความบันเทิงและยุทธวิธีกองโจรได้อย่างน่าชื่นชมครับ:
- ฉากยุทธวิธีและคอร์โรกราฟการสู้รบที่ดุดัน (High-Octane Combat): ผู้กำกับ เคลาดิโอ แฟห์ (ผู้เคยฝากผลงานในตระกูล Sniper) จัดเต็มเรื่องระบบฟิสิกส์และการใช้อาวุธ ฉากการดวลปืนในป่าลึกและการบุกจู่โจมค่ายทหารเยอรมันทำออกมาได้ดิบ สมจริง เสียงปืนกลหนาแน่นสะใจคอหนังบู๊ มีจังหวะลุ้นระทึก (Tenseness) ตลอดทาง
- บทภาพยนตร์ที่เหลี่ยมจัด แผนซ้อนแผน (Enhanced Storytelling): ความเจ๋งของเนื้อเรื่องคือมันไม่ได้เล่าแค่ทหารอเมริกันยิงเยอรมันธรรมดา แต่มันเล่าถึงความหวาดระแวง (Paranoia) ในกลุ่มตัวละคร ทั้งฝ่ายเยอรมันที่หักหลังกันเอง และฝ่ายพันธมิตรที่ต้องเลือกระหว่างภารกิจส่วนรวมหรือความอยู่รอดส่วนตัว ทำให้หนังมีมิติเชิงจิตวิทยาชวนติดตาม
- เสน่ห์หนังสงครามเก๋าเกมสไตล์คลาสสิก: ตัวหนังให้กลิ่นอายความคลาสสิกของหนังหน่วยรบเดนตายยุคเก่า (เช่น The Dirty Dozen หรือ Where Eagles Dare) การดีไซน์ฉาก ชุดเครื่องแบบทหารนาซี และบรรยากาศความกดดันกลางหิมะหนาวเหน็บ สามารถขับเน้นสุนทรียภาพแห่งความตึงเครียดออกมาได้ดีเยี่ยม